มั่นคงฯ เมินโควิด-19 เดินหน้าเสริมแกร่งพอร์ตรายได้บ้าน-คอนโด

บมจ.มั่นคงเคหะการเดินหน้าแผนธุรกิจ 5 ปี เน้นปรับตัว-รูปแบบการดำเนินงานรับมือโควิด-19 แจงไตรมาส 1/63 ทำยอดขาย 500 ล้านบาท ยอดจอง Pre-Approve และ Backlog เพิ่มขึ้น 80% ธุรกิจเพื่อเช่า-การบริการ ณ สิ้นปี 2562 มีรายได้เพิ่มขึ้น 30% เตรียมขายทรัพย์สินบางส่วนมูลค่า 2,000 ล้านเข้ากองทรัสต์เพื่อการบริหารจัดการสภาพคล่องทางการเงิน

นายวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มั่นคงเคหะการจำกัด (มหาชน) หรือ MK เปิดเผยว่า สถานการณ์โควิด-19 บริษัทได้รับผลกระทบไม่มากนัก กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง สินค้ามีดีมานด์สูงในกลุ่มราคา 3-5 ล้านบาท และกว่า 70% เป็นลูกค้าไม่ติดภาระสัญญากู้เงิน

ทั้งนี้ ไตรมาส 1/63 สร้างยอดขายได้กว่า 500 ล้านบาท หากนับรวมยอดจอง Pre-Approve และ Backlog  แล้ว บริษัททำยอดขายคิดเป็น 35% ของเป้าทั้งปี 2563 โดยช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามียอดพรีเซล  90 ล้านบาท/สัปดาห์ เพิ่มขึ้น 80%”

นายวรสิทธิ์กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจเพื่อเช่าและการบริการว่า ในปี 2562 มีรายได้รวม 530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากปี 2561 มาจากธุรกิจโรงงานและคลังสินค้าให้เช่า โครงการบางกอกฟรีเทรดโซนโดย บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ผลงานในปี 2562 มีผู้เช่าแล้ว 90%

ธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ พาร์ค คอร์ท สุขุมวิท 77 ยังสามารถรักษาอัตราเช่า 80%, ธุรกิจสนามกอล์ฟ ฟลอร่า วิลล์ กอล์ฟ แอนด์ คันทรีคลับ, ธุรกิจบริการด้านดูแลจัดการบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ โดย บริษัท ยัวร์ส พร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด

รวมไปถึงธุรกิจโครงการสถานพยาบาล สถานฟื้นฟู และเวชศาสตร์ชะลอวัย (Wellness Center) ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโต และมีแผนจะเปิดตัวช่วงปลายปี 2563

ส่วนหุ้นกู้และตั๋วแลกเงินที่จะครบกำหนดในปีนี้ บริษัทเตรียมแผนการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยในช่วงปลายปี 2562 ได้ระดมออกหุ้นกู้ 3 ปี 11 เดือน วงเงิน 1,565 ล้านบาท และตัดขายทรัพย์สินที่ไม่อยู่ในแผนพัฒนาในอนาคตอันใกล้ 2,600 ล้านบาทในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังมีทรัพย์สินที่ไม่มีภาระผูกพันอีกมากกว่า 2,500 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีความยืดหยุ่นเพื่อใช้เป็นช่องทางในการเสริมสภาพคล่อง

สำหรับปีนี้วางแผนขายทรัพย์สินในส่วนโรงงานและคลังสินค้าให้เช่า 130,000 ตารางเมตร มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท เข้ากองทรัสต์ เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์  โดยทาง กลต.ได้อนุมัติให้จัดตั้งบริษัทจัดการกองทรัสต์ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะเสนอขายต่อประชาชนได้ในไตรมาส 3/63

และบริษัทรักษาอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน ที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน สัดส่วน 1.3 เท่า ถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม
 
“ในปีนี้ถือว่าเป็นปีที่ท้าทายด้วยปัจจัยหลายๆ ด้าน ทั้งปัจจัยจากไวรัสโควิด-19 และสภาวะเศษฐกิจ แต่เราก็ยังคงเดินหน้าสานต่อนโยบายสร้างความสมดุลของรายได้ธุรกิจอสังหาฯ​โอนกรรมสิทธิ์ กับพอร์ตรายได้ประจำ ตามแผนธุรกิจ 5 ปี ตั้งเป้าขยับสัดส่วนกำไรของทั้ง 2 ฝั่งให้อยู่ที่  50/50 ภายในปี 2564” นายวรสิทธิ์ กล่าวสรุป